Page 162 - รายงานประจำปี ๒๕๖๗ สอ.กสท.
P. 162
�
่
์
์
สหกรณ์ออมทรัพย์การสอสารแห่งประเทศไทย์ จำำากด
ั
�
ิ
ระเบีียบีวาระที่ 5.4 ข้อมูลการถูกร้องทีุ่กข์กล่าวโที่ษ์ การถูกดำาเนันัคดี การถูกร้องเรียนั และถูกลงโที่ษ์ของสืหกรณุ ์
ี
ในัรอบีปีบีัญชิี 2567
5.4 ขอมลการถูกร้องทุกข์กล่าวโทษ การถูกด าเนินคดี การถูกร้องเรียน และถูกลงโทษของสหกรณ์ในรอบปีบัญชี 2567
ู
้
เรื่อง แนวทางป้องกัน/ผลคดี
1. คดีศาลแรงงานภาค 3 หมายเลขคดีด าที่ ร.165/2564 หมายเลขคดีแดงที่ ร.24/2566 ระหว่าง โจทก์
กับ จ าเลย และสหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย จ ากัด จ าเลยร่วม
ิ
ั
ื
ั
ขอหา ใหจาเลยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสมพันธ์ หรอกฎหมายว่าด้วยแรงงานรฐวิสาหกจ
้
้
ั
ั
่
สมพนธ์ โดยประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสมพนธ์ เร่อง มาตรฐานขนตาของสภาพการจ้าง
ั
ื
ั
ั
้
ในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 ข้อ 31 และให้จ าเลยใช้ค่าเสียหายที่ได้กระท าละเมิดต่อโจทก์
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ศาลแรงงานภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านค าพิพากษา
ื
ี
้
ุ
ี
ั
้
ี
ุ
ั
ิ
ิ
เม่อวันท่ 25 มีนาคม 2567 ศาลอทธรณ์คดช านญพเศษพพากษา สรปความไดว่า หนตามสญญา
ค้ าประกันกนนับว่าเปนนหนี้สินสหกรณ์ประเภทหนึ่ง เมื่อโจทก์ท าหนังสือยินยอมไว้ล่วงหน้าให้จ าเลย
หักเงินเดือน ค่าจ้าง หรือเงินอนใด เพอช าระหนี้ในฐานะผู้ค้ าประกันเกินกว่าร้อยละสิบและให้หักรวมกับ
ื่
ื่
ิ
รายการหักอื่นๆ ได้เกินกว่าหนึ่งในห้าของเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับ จ าเลยย่อมสามารถหักเงนเดือนหรือเงินอื่นใด
ื่
ของโจทก์ได้ตามจ านวนที่จ าเลยร่วมแจ้งมา การที่จ าเลยหักเงินค่าจ้างโจทก์เพอช าระหนี้ในฐานะผู้ค้ าประกัน ส าหรับคดีที่ 1 – 2 คดีถึง
แก่จ าเลยร่วมตามจ านวนที่จ าเลยร่วมแจ้งไปจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และจ าเลยไม่ต้องคืนเงินที่หักไปให้แก่ ที่สุดตามกฎหมายแล้ว
ิ
์
ั
ุ
ุ
้
ี
ั
โจทกท่ศาลแรงงานภาค 3 วินิจฉัยมานั้น ศาลอทธรณ์คดีช านัญพเศษเหนนพองด้วย อทธรณ์โจทก์ ฟงไม่ขึ้น ประกอบกบศาลฎีกามีค า
พิพากษายืน พพากษาท่ 1498/2566
ี
ิ
โจทก์ไม่ได้ยื่นฎีกาและค าร้องขออนุญาตฎีกาแต่อย่างใด คดีเปนนอันถึงที่สุด วางไว้เปนนบรรทัดฐานแล้ว
2. คดีศาลแรงงานภาค 4 หมายเลขคดีด าที่ ร.55/2565 หมายเลขคดีแดงที่ ร.230/2565 ระหว่าง โจทก์ และสหกรณ์ไดมหนังสือถึง
ี
้
กับ จ าเลย และ สหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย จ ากัด ผู้ร้องสอด นายจ้างหรือหน่วยงาน
้
้
ั
้
ั
ื
ขอหา ใหจาเลยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสมพันธ์ หรอกฎหมายว่าดวยแรงงานรฐวิสาหกจ ต้นสังกัดด าเนินการตาม
ิ
ั
้
ั
สมพนธ์ โดยประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสมพนธ์ เร่อง มาตรฐานขนตาของสภาพการจ้าง ิ
ื
ค าพพากษานี้
ั
ั
่
ั
ในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 ข้อ 31 และให้จ าเลยชดใช้เงินที่จ าเลยหักเงินเดือนโจทก์ ซึ่งปัจจุบันนายจ้างหรือ
ิ
้
ิ
เม่อวันท่ 2 พฤศจกายน 2565 ศาลแรงงานภาค 4 พพากษา หามมใหจาเลยหกเงินคาจางของโจทก หน่วยงานต้นสังกัดได้
ี
ั
ื
่
์
ิ
้
้
ช าระหนี้แก่ผู้ร้องสอดในฐานะที่โจทก์เปนนผู้ค้ าประกันแทนผู้กู้ที่ผิดนัด ค าขออื่นให้ยก และยกค าร้องสอด ด าเนินการหักและส่งเงินที่
จ าเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์คัดค้าน หักช าระหนี้ในฐานะผู้ค้ า
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ศาลอุทธรณ์คดีช านัญพิเศษ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้จ าเลยปฏิบัติ ประกันให้กับสหกรณ์แล้ว
ั
ตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพนธ์เรื่องมาตรฐานขั้นต่ าของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ จึงไม่จ าเปนนต้องแก้ไข
ปัญหาดังกล่าวอีก
์
้
ั
ลงวันท 31 พฤษภาคม 2549 ขอ 31 (3) และพระราชบญญตสหกรณ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 โดย
ั
ี
่
ิ
ั
หักเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือเงินอนใดที่ถึงก าหนดจ่ายแก่โจทก์ เพอช าระหนี้หรือภาระผูกพนอนที่โจทก์มีต่อ
ื่
ื่
ื่
ผู้ร้องสอดให้แก่ผู้ร้องสอดตามจ านวนที่ผู้ร้องสอดแจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป
โจทก์ขออนุญาตฎีกาและยื่นฎีกา
ี
เมื่อวันที่ 12 กนยายน 2567 ศาลฎีกามคาสง (คดีขออนญาตฎีกา) สรปความได้ว่า ฎีกาของโจทก ์
ุ
ั
่
ุ
ั
ี
่
่
ไมเปนปญหาสาคัญทศาลฎีกาควรวินจฉยตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง มาตรา 249 และ
ิ
ั
น
ั
ิ
่
ข้อกาหนดของประธานศาลฎีกาว่าดวยการขออนญาตฎีกาในคดแพง พ.ศ. 2558 ข้อ 13 ประกอบ
ี
้
่
ุ
น
่
ึ
ิ
่
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 57/1 วรรคหนง เพราะไมเปน
ปัญหาที่เกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งเมื่อพจารณาแล้วฎีกาของ
ิ
ิ
ุ
ิ
โจทก์ไม่อาจมีผลเปลี่ยนแปลงค าพพากษาของศาลอทธรณ์คดีช านัญพเศษ จึงมีค าสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา
ยกค าร้องขออนุญาตฎีกา และไม่รับฎีกาของโจทก ์
คดีเปนนอันถึงที่สุด
160

